รัชดากานต์ แก๊สLPG เต็มลิตร วิ่งได้ระยะทาง มาก

รัชดากานต์เมืองระยอง รัชดากานต์สาขา2 ลูกหว้ากาแฟ แผนที่และเทศกาลระยอง ข่าวสาร ห้องน้ำสะอาดสวย ติดต่อเรา
ข่าวสาร
บทความ

ข่าวสาร
ข่าวสารวงการแก๊ส LPG/NGV

ลอยตัวราคาแก๊ส LPG สำหรับภาคอุตสาหกรรม ไตรมาส ละ 3 บาท/กก.

เป้าหมายราคา NGV ครึ่งของ ราคาดีเซล


ข่าว LNG
วันที่ 7 ก.ย. 2554 เวลา 09.45 น. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 6 ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ มีกำลังการแยกก๊าซธรรมชาติสูงสุด 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงแยกก๊าซฯหน่วยที่ 1-3 และ หน่วยที่ 5 ในพื้นที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
       
       นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยว่า โรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 6 นี้ จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศ และ ผลิตก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) รองรับความต้องการใช้ภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับก๊าซธรรมชาติที่จัดหาได้จากอ่าวไทย และเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถผลิตก๊าซอีเทนได้สูงสุดประมาณ 630,000 ตันต่อปี ก๊าซโพรเพนและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ประมาณ 1,030,000 ตันต่อปี และ ก๊าซโซลีนธรรมชาติ (NGL) ประมาณ 160,000 ตันต่อปี รวมกัน 1,820,000 ตันต่อปี
       
       โรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 นี้ จะช่วยให้ประเทศสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับก๊าซธรรมชาติด้วยการนำผลิตภัณฑ์ไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลางและขั้นปลาย ที่สามารถต่อยอดไปในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกหลายประเภท เช่น เครื่องบรรจุภัณฑ์อาหาร ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ สายไฟและเคเบิล และเครื่องใช้ภายในครัวเรือน ฯลฯ โดยนอกจากจะช่วยลดภาระการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมแล้ว ยังช่วยส่งเสริมการส่งออกสินค้าเหล่านี้ไปยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเพิ่มการจ้างงานในประเทศอีกด้วย

       และในวันเดียวกัน เวลา 10.45 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เป็นประธานในพิธีเปิดสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (Map Ta Phut LNG Terminal) ของบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ซึ่งเป็นสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 460 ไร่ ในตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง สร้างขึ้นเพื่อรองรับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของ ปตท. และสนองความต้องการการใช้ก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ
       
       นายประเสริฐกล่าวเพิ่มเติมว่า สถานีรับจ่าย LNG แห่งนี้มีความสามารถรับและจ่าย LNG ในระยะแรก 5 ล้านตันต่อปี (เทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน) และสามารถขยายเป็น 10 ล้านตันต่อปี ในอนาคต (เทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ 1,400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน) โดยสถานีรับ-จ่าย LNG แห่งนี้ ประกอบด้วย ถังเก็บ LNG ขนาด 160,000 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 2 ถัง และท่าเรือซึ่งมีศักยภาพในการรองรับเรือบรรทุก LNG ขนาดตั้งแต่ 125,000-264,000 ลูกบาศก์เมตร โดยก่อสร้างแล้วเสร็จและทำการทดสอบความพร้อมใช้งานตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2554 และสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ Map Ta Phut LNG Terminal แห่งนี้มีศักยภาพที่จะเติบโตและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการค้า LNG ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะส่งผลให้ไทยมีความมั่นคงทางด้านพลังงานมากยิ่งขึ้น

ฟ้อง...ลอยตัวLPG
“พิชัย” ยันไม่หวั่น “รสนา” ฟ้องลอยตัว LPG เอื้อเอกชน ลั่นทำเพื่อชาติเป็นหลัก สามารถดำเนินการได้ ส่วนบัตรเครดิตพลังงาน มั่นใจคลอดได้ก่อนปีใหม่แน่นอน นำร่อง “แท็กซี่-วิน จยย.-รถตู้” กลุ่มแรก
       
       นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กรุงเทพมหานคร เตรียมดำเนินการฟ้องศาลปกครอง หากรัฐบาลจะยืนยันลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ภาคขนส่งในต้นปีหน้า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ภาคเอกชนนั้น ตนเองถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถดำเนินการได้ แต่ยืนยันว่ากระทรวงพลังงานดำเนินการโดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ซึ่งเดิมกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีหน้าที่หลักในการรักษาเสถียรภาพราคา แต่ถูกนำมาใช้ราคาในการอุดหนุนราคาพลังงาน ซึ่งหากไม่เปลี่ยนแปลง จะไม่สามารถเดินหน้านโยบายพลังงานได้
       
       อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้เตรียมมาตรการป้องกันปัญหาการถ่ายเทก๊าซ LPG ภาคครัวเรือน ไปยังภาคขนส่ง ไว้แล้ว ซึ่งทางบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เสนอว่าควรมีการเติมสารบางชนิดลงไปใน LPG ที่ใช้สำหรับภาคครัวเรือน ซึ่งจะไม่สามารถนำไปเติมในภาคขนส่งได้โดยจะเป็นการดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการขายให้แก่ผู้ค้ามาตรา 7
       
       ทั้งนี้ คาดว่านโยบายลอยตัวราคา LPG ดังกล่าวน่าจะทำให้การนำเข้าแอลพีจีลดลง แต่จะลดลงเท่าใดนั้นยังไม่สามารถระบุได้ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ของประชาชน ในส่วนของภาคอุตสาหกรรม หากพบว่ามียอดขายสูงขึ้นผิดปกติจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในทันทีว่ามีการลักลอบขายแอลพีจีหรือไม่
       
       “สำหรับ LPG ภาคครัวเรือน รัฐบาลยังคงตรึงราคาไว้เท่าเดิมไปจนถึงปลายปี 2555 เนื่องจากต้องการบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาน้ำท่วม และค่าครองชีพสูง แต่ยอมรับว่า อาจจะต้องมีการลอยตัวราคาก่อนปี 58 ที่ข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้การใช้แอลพีจีเพิ่มสูงขึ้นและไทยต้องอุดหนุนราคาแอลพีจีให้กับประเทศเพื่อนบ้านด้วย”
       
       ส่วนการออกบัตรเครดิตพลังงานนั้น ยืนยันว่าจะดำเนินการได้ก่อนปีใหม่นี้อย่างแน่นนอน โดยจะออกให้กับกลุ่มรถแท็กซี่ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และรถตู้สาธารณะที่ใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) เป็นอันดับแรก โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการคัดกรองผู้มีสิทธิ์ใช้บัตรเครดิตดังกล่าว




facebook

Copy right reserved by :Email.rayong2549@gmail.com
© 2008 Rayonglpg All Right Reserved
โทร.081-247-4646